browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

Mandarin Cheesecake

 

P1210027

 

 ตามที่ได้เกริ่นๆ ไว้ใน Facebook ว่าจะทำชีสเค้กส้ม ไปทานในงานฉลองวันเกิดของป้าพ่อสามี อายุครบ 96 ปี จริงๆ แล้วอยากทำ สตรอว์เบอร์รี่มูสเค้กแล้วก็ซึ้อสตรอว์เบอร์รี่ไว้แล้วด้วยนะ แต่แม่สามีมาเปรยๆ ว่าอยากทานชีสเค้ก ตามใจท่านซะหน่อย ก็เลยหาสูตรใหม่ๆ ที่เราไม่เคยทำมาก่อน พร้อมกับโจทย์ที่ว่าจะต้องไม่หนักท้องมากด้วย มาลงตัวที่สูตรนี้ ชีสเค้กส้ม ของเว็ป แม่ครัวจอมมั่วนิ่ม แต่เราก็แอบเอาสูตร New York Cheesecake มาผสมด้วยนะ สูตรที่ทำในวันนี้เป็นสูตรดัดแปลงละกันเนอะจะไม่เหมือนที่เจ้าของสูตรเค้าทำจริงๆ แต่ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจนะ อร่อยด้วย เอาหล่ะมาลงมือทำกันเลยดีกว่า เพราะสูตรนี้ใช้เวลานานขั้นตอนเยอะ ก่อนอื่นส่วนผสมมีอะไรบ้าง

 

ส่วนผสมตัวฐาน สำหรับพิมพ์กลมถอดได้ 24 cm

  1. บิสกิต Digestive                             250    กรัม
  2. เนยละลาย                                 80-100    กรัม (เนื่องจากส่วนนึงเอาไว้ทาที่พิมพ์ด้วย)
  3. น้ำตาลทรายแดง                                 2    ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำตาลทรายขาวก็ได้ แต่เราชอบแบบนี้ไม่หวานมาก)

 

P1200885

แอบมีสอนภาษาอิตาเลียนด้วย ว่าที่นี่เค้าเรียกว่ายังงัย ฮะฮะ

วิธีทำตัวฐาน

  1. เปิดเตาอบไว้ที่ 180 °C ไว้รอเลย
  2. ละลายเนยในไมโครเวฟ จากนั้นส่วนนึงนำมาทาที่พิมพ์ให้ทั่วทั้งฐานและด้านข้าง นำกระดาษไขปูที่ฐานไว้ แต่ใครจะทำทั้งด้านข้างก็ไม่ผิดนะคะ แต่เราขี้เกียจเฉยๆ แฮะๆ
  3. เอาบิสกิตใส่โถปั่น เติมน้ำตาลทรายแดง แล้วปั่นให้พอละเอียด ไม่ต้องขนาดเป็นผงนะคะ แต่ถ้าหากใครไม่มีโถปั่นแบบนี้ ใส่ในถุงพลาสติกแล้วใช้ขวดบดเอาก็ได้ แต่จะใช้เวลานานหน่อยแค่นั้นเองpage1
  4. เทเนยละลายลง ใช้ช้อนคนให้เนยคลุกเคล้าให้ทั่ว เราจะได้ตัวฐานที่ดูชื้นๆ นิดหน่อย จากนั้นเอาไปเทลงพิมพ์ วันนี้ใช้ตัวช่วย นั่นก็คือที่ทุบเนื้อนั่นเอง ใช้ได้ดีมาก กดๆ ไปจนทั่วเรียบดีมากๆ อย่างที่เห็น เมื่อก่อนนึกไม่ถึงใช้ช้อนกับนิ้วกด มันไม่เรียบขนาดนี้ ใครไม่มีหาถ้วยหรือแก้วที่ก้นเรียบๆ มากดก็ได้นะ ตัวฐานเราไม่ชอบให้หนามาก สูงแค่ประมาณเลยครึ่ง cm มานิดหน่อย ใครจะกรุด้านข้างด้วยก็ไม่ว่ากันจะได้ช่วยผยุงตัวครีมชีส
  5. เอาเข้าเตาอบ ใช้เวลา 10-12 นาที ก็พอแล้ว พอให้ตัวฐานมีความกรอบนิดหน่อย ระหว่างรอตัวฐานเราหันไปทำครีมชีสกันpage2

 

ส่วนผสมครีมชีส

  1. ครีมชีส Philadelphia                       600    กรัม (เอาออกมาจากตู้เย็นไว้รอก่อนทำให้หายเย็นก่อนนะคะ)
  2. โยเกิร์ตส้ม                                       180    กรัม (สูตร original ใช้โยเกริต์ธรรมชาติ)
  3. ส้มกระป๋อง                                          2    กระป๋อง (เราหาซื้อไม่ได้ใช้ส้มสดๆ แทนประมาณ 7-8 ลูก)
  4. ไข่ไก่ขนาดกลาง                                  2    ฟอง
  5. ไข่ไก่เฉพาะไข่แดง                               1    ฟอง
  6. น้ำตาลทรายขาว                               120    กรัม
  7. พุดดิ้งรสวนิลา                                      1    ซอง (38 กรัม)
  8. น้ำมันพืช                                             1    ช้อนโต๊ะ (สูตร original ใช้ 60 กรัม เราลดลงกลัวจะเหม็นน้ำมัน)
  9. วิปปิ้งครีมส่วนที่ 1                     180-200   มิลลิลิตร
  10. กลิ่นวนิลาส่วนที่ 1                                1    ช้อนชา
  11. เปลือกส้มขูด                                       1    ลูก (เอาเฉพาะส่วนที่เป็นสีส้มนะคะ)
  12. เกลือ                                        หยิบมือนึงตัดความหวาน
  13. โยเกิร์ตกรีก                                    150    กรัม
  14. วิปปิ้งครีมส่วนที่ 2                           150    กรัม
  15. น้ำมะนาว                                        1-2    ช้อนโต๊ะ (แล้วแต่ใครชอบเปรี้ยว มากน้อย)
  16. น้ำตาลไอซิ่ง                                    50    กรัม (ถ้าไม่หวานเติมได้อีกนะคะ)
  17. กลิ่นวนิลาส่วนที่ 2                              1    ช้อนชา

 

P1200917

ส่วนผสมเยอะไปหน่อยภาพนี้เลยไม่สอนภาษาไปด้วยนะคะ

ขั้นตอนการเตรียมครีมชีส

  1. เทชีสลงไปในอ่างผสมขนาดใหญ่ ตามด้วยโยเกิร์ตส้ม ตีด้วยตะกร้อไฟฟ้า หากใครมีพลังแขนมากๆ จะตีด้วยตะกร้อมือก็ไม่ว่ากัน ตีให้พอเข้ากัน
  2. ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปทีละฟอง แล้วตีให้เข้ากันก่อนใส่ฟองที่สอง ตีจนเนื้อครีมเนียนเป็นเนื้อเดียวกันpage3
  3. ใส่ส่วนผสมของผงพุดดิ้ง น้ำตาลทราย เกลือ น้ำมันพืช กลิ่นวนิลาส่วนที่1 วิปปิ้งครีมส่วนที่1 และผิวส้มขูด ตีให้พอเข้ากันและน้ำตาลละลาย ลองชิมดูนะคะ หากไม่หวานให้เติมน้ำตาลเพิ่มได้page4
  4. เอาส้มที่ลอกเปลือกออกให้หมดเหลือแต่เนื้อส้มด้านใน มาเรียงบนตัวฐานที่เย็นสนิทแล้ว จากนั้นนำครีมชีสไปทาลงบนตัวฐาน เกลี่ยด้านหน้าให้เรียบเคาะพิมพ์ไล่ฟองอากาศหน่อย เราไม่ได้แต่หน้าด้วยเนื้อส้มตอนนี้นะคะ เอาไว้อบเสร็จแล้วค่อยแต่ง แต่เจ้าของสูตรเค้าจะวางเนื้อส้มลงไปตอนนี้เลย ก่อนเข้าอบ ใครชอบแบบไหน ก็ทำตามนั้นเลย
  5. นำเข้าเตาอบที่ 180 °C เป็นเวลา 30 นาที ลดไปลงเหลือ 160 °C อบต่อ 30 นาที ลดไฟลง 140 °C อบต่อจนสุก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ลองทดสอบใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงไปตรงกลางดู หากไม่มีของเหลงติดมากแสดงว่าสุกดีแล้ว ให้ปิดเตาแต่อย่าเพิ่งเอาเค้กออกมา ให้แง้มฝาเตาอบไว้ ทิ้งเอาไว้ข้างในเตาประมาณ 30-40 นาที ก่อนนำออกมาพักไว้ข้างนอกให้เย็นสนิท
  6. แต่ว่าผลที่ได้ โอ้!!! หน้าแตกเลย ไม่ใช่หน้าเรานะ หน้าชีสเค้ก แก้ยังงัยดี คิดๆ….. คิดออกแล้ว ทำซาวครีมเหมือนตอนทำ New York Cheesecake ดีกว่า ปกปิดได้ดีเหมือนใช้ BB ครีม ฮะฮะฮะ เอาหล่ะว่าแล้วก็รีบ เอาโยเกิร์ตกรีก ผสมกับวิปปิ้งครีมส่วนที่ 2 น้ำมะนาว น้ำตาลไอซิ่ง และกลิ่นวนิลา ตีด้วยตะกร้อมือให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้สัก 20 นาทีในตู้เย็น ระหว่างรอให้ตัวเค้กเย็นสนิทด้วยpage5
  7. เปิดเตาอบไว้ที่ 190 °C ไว้รอ
  8. พอเค้กเย็นแล้วนำซาวครีมมาปาดไปบนหน้าชีสเค้กของเราให้สวยงาม จากนั้นนำเนื้อส้มมาเรียงตามใจเราเลยจะให้ออกมายังงัย นำเข้าเตาอบประมาณ 5-6 นาที พอให้หน้าซาวครีมละลายเข้ากับเนื้อชีสเค้ก จะสังเกตได้ว่าหน้าซาวครีมจะเป็นมันวาว เอาพักไว้ในตู้เย็นให้เย็นสนิทก่อน จากนั้นเราไปทำเจลลี่ส้มราดด้านบนกันpage6

ส่วนผสมเจลลี่ส้ม

  1. น้ำส้มคั้นผสมเนื้อส้ม                 250    มิลลิลิตร
  2. น้ำตาลทราย                                2    ช้อนโต๊ะ
  3. เจลาตินแผ่น                              10    กรัม

 

ขั้นตอนการทำ

  1. นำแผ่นเจลาตินแช่ในน้ำเย็นไว้ให้นิ่ม
  2. นำน้ำส้มคั้นไปต้มกับน้ำตาลทราย ให้เดือดและน้ำส้มเริ่มงวดลง ลองชิมดูว่าได้รสที่เราต้องการรึยัง รสชาติจะออกเปรี้ยวๆ หวานๆ แต่ไม่หวานมากจนเกินไป ให้ปิดเตายกลง
  3. บีบน้ำออกจากแผ่นเจตินใส่ลงไปหม้อน้ำส้มที่ยังร้อนๆ อยู่ คนให้เจลาตินละลายให้หมด  ใครไม่ชอบให้เห็นเนื้อส้ม ก็กรองออกสักหน่อย  แล้วพักไว้ให้คลายความร้อน
  4. นำไปเจลลี่ส้มที่ได้ไปราดบนชีสเค้กของเรา แล้วพักไว้ในตู้เย็น 4-6 ชั่วโมงก่อนนำมาตัดเสิร์ฟ เป็นอันเสร็จแล้วpage7

 

หากใครไม่ชอบทานเจลลี่ส้มจะข้ามขั้นตอนนี้ไปก็ได้นะคะ

ส่วนตัวคิดว่าหากมีเจลลี่ส้มนุ่มๆ เปรี้ยวหน่อยๆ มาตัดความหวานมันของชีสจะดีกว่า

ตอนแกะเอาแต่เนื้อส้ม ทำยากหน่อยนะจ๊ะเบาๆ มือ เราทำไปกินไปเสียไปหลายผลอยู่

แต่ถ้าใครหาซื้อที่เป็นกระป๋อง น่าจะทำได้ง่ายกว่าที่เราทำ

P1210030

รูปถ่ายด้านบน ตอนแกะพิมพ์ออกแล้ว เวลาแกะก็ให้เอามีดไปผ่านน้ำอุ่นจัดๆ ก่อนมาแซะด้านข้าง

จากรูปถ่ายดูสีสันสวยงามดีมาก เราไม่ได้มีการแต่งสีเลยนะจ๊ะ สีส้มจากธรรมชาติล้วนๆ

P1210029

2013-02-16 14.15.01 (2)

เอารูปถ่ายจากมือ ในงานมาฝากตอนเป่าเค้ก ต้องให้คนอื่นช่วยเป่าแทน

ป้าไม่ค่อยมีแรงแล้ว (ป้าของพ่อสามีนะ)

จริงๆ แล้วเราว่าไม่ใส่น้ำมันพืช ก้บผงพุดดิ้งก็ได้นะ คนอื่นว่าอร่อย

แต่เราว่ามันมีกลิ่นแปลกๆ ที่เราไม่ชอบ คราวหน้าลองทำแบบไม่ใส่บ้างดีกว่า

P1210051

วันที่ทำ ตั้งใจทำมินิชีสเค้กด้วยค่ะ คิดว่าคงไม่มีรูปตอนตัดทานแน่ๆ

ก็เลยทำเผื่อไว้มาตัดถ่ายรูปให้เพื่อนๆ ได้ดูด้านในกัน ผลที่ออกมาก็น่ารักไปอีกแบบ

เวลาทานต้องตักทานพร้อมกัน 4 ชั้น เพราะว่าด้านบนมีเจลลี่เนื้อส้ม ที่ออกเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ

ชั้นที่สองเป็นซาวครีม รสชาติจะออกไปทางโยเกิร์ตแต่จะมีความมันของวิปปิ้งครีมเข้ามา

ชั้นที่สามเป็นครีมชีสเนื้อนุ่มๆ ที่หอมกลิ่นวนิลาปนส้ม จะไม่หนักท้องมากเพราะเราใส่โยเกิร์ตลงไป

ส่วนชั้นสุดท้ายเป็นบิสกิตที่หวาน  กรุบๆ นิดหน่อย

แม่สามีไม่ทานชั้นสุดท้ายเพราะกลัวอ้วน แต่ทานเฉพาะส่วนบนไป 2 ชั้น ฮะฮะ

แต่ว่า

P1210076

P1210069

เอาไว้ทำทานตอนมีงานเลี้ยงที่บ้านก็ได้นะคะ สะดวกดีด้วยไม่ต้องตัดแบ่ง

เสิร์ฟเป็นชิ้นๆ ไปเลย เหมือนทานบุฟเฟ่ ฮะฮะ

ลาไปก่อนแล้ว คาดว่าเมนูต่อไปน่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่มูสเค้ก

Mandarin Cheesecake ultima modifica: 2013-02-18T17:59:53+01:00 da jaksopi

Lascia un commento

Il tuo indirizzo email non sarà pubblicato. I campi obbligatori sono contrassegnati *