browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

เมือง Assisi

Posted by on 13 Marzo, 2013

Stampa Assisi

Assisi3

 เที่ยวมาจนถึงเมืองสุดท้ายอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว เริ่มเหนื่อยมากแล้วใช่มั๊ยหล่ะ อย่าเพิ่งหมดแรงซะก่อน เมืองเป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ทั้งคนในประเทศและคนต่างชาติมาเยี่ยมเยียนตลอด แถมยังมีนักบุญมาที่นี่ด้วย เพราะประวัติเมืองนี้ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เอ้า…เรามารู้จักเมืองกันแบบคราวๆ นะคะ เพราะคนพาเที่ยวก็ไม่ได้รู้ลึกรู้จริงสักเท่าไหร่ อาศัยหาข้อมูลจากคนอื่นมาอีกที รู้แต่ว่าเมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากสองเมืองแรกที่พาเที่ยวไปแล้ว

cartina_italia_umbria_spell

 Assisi หรือ อัสซีซี เป็นเทศบาลอำเภอ เรียกได้ประมาณนี้มั้ง  ตั้งอยู่ในจังหวัด Perugia แคว้น Umbria  อยู่ทางตะวันตกของภูเขาซูบาซิโอ (Mt. Subasio) Assisi เป็นเมืองเกิดของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี  (San Francesco d’Assisi) ผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกันในปี ค.ศ. 1208 และนักบุญกลาราแห่งอัสซีซี   ผู้ก่อตั้งคณะกลาริส และนักบุญกาเบรียลแห่งแม่พระระทมทุกข์ในคริสต์ศตวรรษที่ 19

 ที่เมืองนี้มีสถานที่สำคัญคือ  บาซิลิกาเซ็นต์ฟรานซิสแห่งอาซิซิ ( Basilica di San Francesco d’Assisi) และคริสต์ศาสนสถานในเมืองอัสซีซีได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปีค.ศ. 2000

 นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี (อังกฤษ: Saint Francis of Assisi) เกิดที่เมืองอัสซีซี เมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี ค.ศ. 1181 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1226 เป็นไฟรอาร์ในคริสตจักรโรมันคาทอลิกและเป็นผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกัน หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า คณะภราดาน้อย (Order of Friars Minor)  นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซีเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ สัตว์ นก และสิ่งแวดล้อม และเป็นธรรมเนียมที่ทางศาสนจักรโรมันคาทอลิกจะจัดงานเพี่อยกย่องความสำคัญของสัตว์ในวันฉลองนักบุญฟรังซิสในวันที่ 4 ตุลาคมของทุกปี

 เล่ากันแบบชาวบ้านๆ นะ สามีเล่าว่า นักบุญท่านนี้มีความสำคัญมากในศาสนา ณ เวลานั้นเพราะท่าน อืม…เรียกได้ว่ามีปาฎิหารย์ สามารถรักษาคนให้หายจากโรคและความทุกข์ทรมานได้  ยังไม่พอ ท่านยังสามารถสื่อสารกับสัตว์ และธรรมชาติได้อีกด้วย  ตอนที่ท่านจัดตั้งคณะฟรันซิสกันนั้น หากใครอยากเข้าร่วมจะต้องสละทุกสิ่งทุกอย่าง เหลือเพียงแต่รองเท้าและชุดที่ใส่ในการแสวงบุญเท่านั้น ท่านเป็นที่นับถือมากสำหรับคนอิตาเลียน ใครๆ ก็อยากหาโอกาสได้มาชมบ้านเกิดของท่านกันทั้งนั้น ทำให้เมืองเล็กๆ เมืองนี้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและนักบุญ ไม่ต้องแปลกใจนะคะ หากจะเห็นผู้มากมายเดินกันเต็มถนนเป็นหมู่คณะ หรือไม่ก็เห็นนักแสวงบุญแต่งกายทรุดโทรมรองเท้าเก่าๆ  นั่งอยู่ตามที่ต่างๆ เอาหล่ะ เรามาเริ่มเที่ยวเมืองนี้กันเลยนะคะ

MapAssisi1

ถึงแผนที่จะไม่สวยแต่ใช้ได้เลยทีเดียวนะคะ บอกเส้นทางเดิน

และสถานที่สำคัญ ที่เราควรชม หากมีเวลาจำกัด

เพื่อนสามารถเข้าไปโหลดแผนที่ที่ชัดเจนกว่านี้ได้ที่เว็ป C0mune di Assisi 

โดยสภาพเมืองที่ตั้งอยู่บนเขานะคะ เราจะต้องจอดรถข้างล่าง

เค้าจะมีลิฟท์บริการค่ะ หากใครจะเดินขึ้นบันไดมาก็ได้นะคะ (ไม่ได้ประชดนะ)

page1

ภาพบรรยากาศระหว่างเดินทางจากเมือง Foligno มาที่เมืองนี้กัน

เห็นตัวเมืองอยู่ไกลๆ บนเขาโน่น

page2

จากที่จอดรถขึ้นลิฟท์มา แล้วก็เดินขึ้นบันไดนิดหน่อยก็ถึงตัวเมืองแล้วค่ะ

เค้าทำไว้รองรับนักท่องเที่ยวได้สะดวกดีจริงๆ ขอชื่นชม คนสูงอายุก็มาได้

page3

รู้สึกว่าเค้าจะมีที่จอดรถไว้บริการหลายที่นะคะ แต่ตรงที่เราจอดถ้าขึ้นมาจะมาเจอที่นี่

ขนาดดูไกลๆ ยังเห็นนักท่องเที่ยวเต็มเลย คุณขา….

ในลานที่เห็นนี่นะ มีสารพัดชาติเลย ทั้งไทย จีน อิตาลี อังกฤษ เยอรมัน ….โอ้ย! เยอะ

page4

ด้วยความที่เราเดินมาทั้งวันแล้ว เด็กๆ เริ่มจะหน้าหงิกหน้างอแล้ว

เราก็เลยเลือกที่จะไปที่สำคัญที่สุดก่อนเลย ที่ไหนที่เดินไกลๆ เราไม่ไป

ฉะนั้นเมืองนี้จะมีรูปมาฝากน้อยหน่อยนะคะ

page5

คุณคะ ออกเดินได้ไม่ถึง 10 นาที พักกันซะแล้ว ทั้งพ่อทั้งลูก

ลุกๆ เดินต่อได้แล้ว ยังไม่ถึงที่หมายเลย

page6

ที่นี่ทางเดินค่อยข้างชันเดินเหนื่อยเหมือนกันนะคะ

ระหว่างทางที่เราจะไป แวะถ่ายรูปวิว ข้างล่างมาฝากซะหน่อย

อากาศเริ่มจะเย็นแล้ว แสงแดดไม่จ้าเหมือนเดิมละ งั้นต้องเร่งหน่อยแล้วเดี๋ยวค่ำซะก่อน

page7

ในที่สุดเราก็ถึงจุดหมายปลายทางของเราแล้ว

นั่นก็คือ Basilica di San Francesco

เป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียง  นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาให้ถึงที่นี่นะคะ

ไม่อย่างนั้นถือว่ามาไม่ถึง  Assisi นะ

Assisi_San_Francesco

ชั้นบนและชั้นล่างของมหาวิหารมองจากจัตุรัสเดลเลลอจเจ (Piazza delle Logge)

 มหาวิหารนักบุญฟรานซิสฯ เริ่มสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นมหาวิหารที่มีด้วยกันสามชั้น ส่วนล่างเริ่มสร้างไม่นานหลังจากที่ฟรานซิสได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักบุญเมื่อปี ค.ศ. 1228 ซิโมเน ดิ พูเชียเรลโล (Simone di Pucciarello) เป็นผู้อุทิศที่ดินและบริเวณเนินเขาทางด้านตะวันตกของเมืองอัสซีซีให้เป็นที่สร้างโบส์ ที่ดินบริเวณนี้แต่เดิมเรียกว่า “เนินนรก” (อิตาลี: Collo d’Inferno; อังกฤษ: Hill of  Hell) แต่ปัจจุบันเรียกกันว่า “เนินสวรรค์” (Hill of Paradise)

 สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 9 ทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1228 แม้ว่าการก่อสร้างอาจจะเริ่มต้นแล้วก็ได้ ผู้ออกแบบและคุมงานคือภราดาเอเลียแห่งกอร์โตนา ผู้เป็นสาวกคนสำคัญของนักบุญฟรานซิสและเคยเป็นรองอัคราธิการของคณะฟรันซิสกัน ชั้นล่างของโบสถ์สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1230 เมื่อวันสมโภชพระจิตเจ้า (Pentecost) ซึ่งเป็นวันฉลอง 50 วันหลังจากอีสเตอร์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1230 ก็มีการนำร่างที่ไม่เน่าเปื่อยของนักบุญฟรานซิสจากที่เก็บชั่วคราวที่โบสถ์เซนต์จอร์จซึ่งปัจจุบันเป็นมหาวิหารนักบุญเกียรา (Basilica of St. Clare) มาไว้ที่ส่วนล่างของมหาวิหารที่สร้างเสร็จ

 มหาวิหารชั้นบนเริ่มสร้างเมื่อ ค.ศ. 1239 และเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1253 ลักษณะการก่อสร้างเป็นแบบโรมาเนสก์ผสมกอธิคฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตัวอย่างของการก่อสร้างคริสต์ศาสนสถานลักษณะกอธิคอิตาลีต่อมา

การตกแต่งของมหาวิหารทำโดยศิลปินสำคัญๆ ในยุคนั้นจากโรม แคว้นทัสกานี และ อุมเบรีย ฉะนั้นนอกจากเป็นศาสนสถานสำคัญแล้วมหาวิหารเซนต์ฟรานซิสแห่งอาซิซิจึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ศิลปะของอิตาลีด้วย ชั้นล่างมีจิตรกรรมฝาผนังของจิตรกรผู้มีชื่อเสียง เช่น ชิมาบูเย และจอตโต ดี บอนโดเน ผู้ซึ่งวาดชั้นบนของมหาวิหารเป็นชีวประวัติของ นักบุญฟรานซิสด้วย

สมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 4 ซึ่งอดีตเป็นอัคราธิการคณะฟรันซิสกันได้เลื่อนฐานะของโบสถ์ขี้นให้เป็นโบสถ์สันตะปาปาเมื่อ ค.ศ. 1288

จัตุรัสเดลเลลอจเจ (Piazza delle Logge) ที่เป็นลานหน้าวัดและทางเดินไปสู่โบสถ์สร้างเมื่อค.ศ. 1474 ใช้เป็นที่พักพิงของนักแสวงบุญที่พากันมาสักการะนักบุญฟรานซิส

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1986 และ เดือนมกราคม ค.ศ. 2002 สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาที่มหาวิหารเพื่อจะสวดมนต์เพื่อความสันติสุข

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1997 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 816 ปีของวันเกิดของนักบุญฟรานซิสก็เกิดมีแผ่นดินไหวที่อาซิซิทำให้คนตายไป 4 คน มหาวิหารได้รับความเสียหายอย่างหนักต้องปิดเป็นเวลาสองปีก่อนที่จะซ่อมเสร็จ

Basilica_di_San_Francesco_interno_navata

ภาพบริเวณห้องโถงด้านในตัวโบสถ์ นักท่องเที่ยวเยอะเสมอ

เค้ามีเวลาเปิดปิดนะคะ ถ้ายังงัยเข้าไปดูได้ในเว็ป Assisiweb

เป็นเว็ปที่บอกด้วยว่ามีงานเทศกาลวันไหนบ้านในปี 2013 เราจะได้ไม่พลาดงานเด็ดๆ

Assisi_Altare_Basilica_inferiore

แท่นบูชาพระสันตะปาปาและการตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังทั้งบริเวณ

Assisi-Tomba_di_San_Francesco

ที่ฝังศพนักบุญฟรานซิสใต้มหาวิหาร

ได้มีโอกาสเดินเข้าไปชมด้วยนะ แต่คนแน่ทีเดียว

เรียกได้ว่าต้องเรียงคิวเดินผ่านเข้าไปชมและเดินออก หยุดไม่ได้นะ โดนเบียดแน่ๆ

page8

เรามาชมเรื่องราวส่วนนึงในตำนานกันนะคะ

ภาพซ้ายคือภาพนักบุญฟรานซิสยกเสื้อให้คนจน

ภาพขาวคือภาพนักบุญฟรานซิสสละเสื้อผ้า

Cimabue

Crucifixion โดยชิมาบูเย ที่ได้รับความเสียหาย

page9

ภาพลานภายในระเบียงคดในสำนักสงฆ์นักบุญฟรานซิส และ ภาพทางเข้าชั้นล่างทางด้านข้าง

***ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพสวยๆ จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

page10

เนื่องจากเราเดินมาทั้งวันแล้ว ถามเด็กๆ ว่าจะเข้าไปดูที่อื่นอีกมั๊ย

ได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวเลยว่า …กลับบ้านดีกว่า

สงสัยจะเหนื่อยกันจริงๆ ไอ้เราก็เหนื่อยเหมือนกันนะ

สะพายกล้องจนปวดต้นคอละ กล้องตัวค่อยข้างใหญ่หนักเอาการ

page11

เดินผ่านบ้านหลังนี้ เห็นกุหลาบแดงที่เค้าปลูก สวยดีจัง เก็บภาพมาฝากเป็นภาพสุดท้าย

ขอกลับบ้าน  พักขาซะหน่อย เดี๋ยวคราวหน้าพาเที่ยวที่ไหน คอยติดตามด้วยนะจ๊ะ

วันนี้ลาไปแล้ว บ๊ายบายจ้า

ลาไปด้วยภาพในโปสการ์ดสวยๆ นะคะ

Assisi2

Assisi1.1

เมือง Assisi ultima modifica: 2013-03-13T18:55:28+01:00 da jaksopi

Lascia un commento

Il tuo indirizzo email non sarà pubblicato. I campi obbligatori sono contrassegnati *