browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

ประวัติเมืองฟลอเรนซ์

Posted by on 23 Gennaio, 2013

 100px-FlorenceCoA_svg

 Sunset_over_florence

ขอขอบคุณที่มาของภาพสวยๆ http://flickr.com/photos/sherseydc/2954982676/

 

ประวัติเมืองฟลอเรนซ์   

  

cover_tracce-Firenze_pianta-della-catena

  

  Etruscan Army1ในระหว่างศตวรรษแรกก่อนคริสตกาล อิตาลีตอนกลางในขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของพวกอีทรัสคาน และต่อมาอีก 59 ปีก่อนคริสตกาล จูเลียส ซีซ่าร์ แห่งจักรวรรดิโรมันได้บุกรุกเข้ามายึดครองอิตาลี ทำการขับไล่พวกอีทรัสคานออกไปจากดินแดนนี้ ซีซ่าร์ตั้งเมืองฟลอเรนซ์เป็นเมืองในอาณานิคมของโรมันขึ้น ในบริเวณช่วงแคบที่สุดของแม่น้ำอาณ์โน (Arno River) จุดมุ่งหมายแรกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเมืองพักผ่อนของคนชรา แต่เมื่อศตวรรษที่ 3 ฟลอเรนซ์ได้กลายเป็นเมืองสำคัญในฐานะศูนย์กลางของการค้าของโรมันในแถบนี้ ในศตวรรษที่ 5 เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมอำนาจลง ฟลอเรนซ์ถูกบุกรุกโดยพวกยุโรปเหนือ ทำให้ฟลอเรนซ์สูญเสียความเป็นอิตาลีไปนานกว่าพันปี ศตวรรษที่ 8 กษัตริย์ชาร์ลมาญขับไล่ผู้ปกครองอิตาลีในขณะนั้นออกไปจากดินแดน กษัตริย์ชาร์ลมาญได้เป็นจักรพรรดิจากการแต่งตั้งของพระสันตะปาปาประมุขแห่งศาสนจักร ความขัดแย้งระหว่างประมุขทั้ง 2 ฝ่ายทำให้อิตาลีเกิดสงครามกลางเมือง

 ฟลอเรนซ์อยู่ภายใต้การปกครองของคน 2 พวก celticเป็นกลียุคของฟลอเรนซ์ มีการสู้รบนองเลือดกันกลางเมือง ตระกูลต่างๆ สนใจแต่การค้าขายไม่ยุ่งกับการเมือง ครั้นถึงตอนปลายศตวรรดิ ตระกูลต่างๆ ที่ร่ำรวยจากการค้า เป็นพวกมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองมากขึ้น ได้ให้การสนับสนุนศิลปิน กวี และนักวิชาการทีมีความรู้ในศิลปะแขนงต่างๆ กล่าวได้ว่ายุคนี้เป็นยุคฟื้นฟูศิลปะกันอย่างจริงจัง ทำให้ฟลอเรนซ์กลายเป็นเมืองศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรรมของอิตาลีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 ฟลอเรนซ์รุ่งเรืองมากที่สุดในระหว่างศตวรรษที่ 11-15446px-Jacopo_Pontormo_055 ในฐานะเมืองอิสระที่แบ่งแยกการปกครองระหว่างศาสนจักรกับอาณา จักร กันได้อย่างลงตัวในปลายศตวรรษที่ 15 ฟลอเรนซ์อยู่ใต้การปกครองของตระกูลเมดิชี (Medici) ซึ่งปกครองฟลอเรนซ์เป็นเวลาถึง 300 ปี ตระกูลเมดิชีได้เป็นแกรนด์ดยุคของแคว้นทัสคานี (Tuscany) คอสิโม เดอเมดิชี ซึ่งเป็นนายธนาคารผู้ริเริ่มนำศิลปะมาปรับใช้กับศาสนามีการก่อสร้างโบสถ์วิหาร และศาสนสถานที่สำคัญหลายแห่งในฟลอเรนซ์ และลอเรนโซ่ อิลมัคนิฟีโค่ ได้เป็นผู้ปกครองเมืองฟลอเรนซ์เป็นคนต่อมา ลอเรนโซ่ เป็นผู้นำความเจริญมาให้ฟลอเรนซ์มากที่สุด ทั้งด้าน เศรษฐกิจ การเมือง ศิลปะและวัฒนธรรม

 ต่อมาทัสคานีรวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับอาณาจักรอิตาลี ทำให้ฟลอเรนซ์ได้เป็นเมืองหลวงของอิตาลี ในช่วงระหว่างปี ค.. 1865-1871 และเมื่อโรมรวมเข้ากับอิตาลีในเวลาต่อมาฟลอเรนซ์จึงสูญเสียสถานะเมืองหลวงให้กับโรม แต่ฟลอเรนซ์ก็ยังดำรงความมีชื่อเสียงในฐานะเมืองที่เป็นศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมของอิตาลีตลอดมา ในศตวรรษที่ 20 ฟลอเรนซ์เป็นศูนย์กลางทางการเงินกับการท่องเที่ยวของอิตาลี เมืองยังคงรุ่งโรจน์ด้วยธุรกิจการค้าที่ทำให้ฟลอเรนซ์มั่งคั่งรุ่งเรืองมาก่อน

  kingtigerปีค.. 1943-1944 ความรุ่งเรืองของฟลอเรนซ์สะดุดลง เพราะถูกยึดครองโดยกองทัพเยอรมัน ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟลอเรนซ์ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกระเบิดทำลาย โดยเฉพาะฝ่ายเยอรมันได้ระเบิดทำลายสะพานข้ามแม่น้ำอาร์โน เกือบทุกสะพานเพื่อสะกัดกั้นกองกำลังของฝ่ายสัมพันธมิตร คงเหลือแต่สะพานแวคคิโอ (Ponte Vecchio) รอดพ้นมาจากการถูกระเบิดทำลายเพียงสะพานเดียว แต่หลังการบูรณะซ่อมแซมเมืองที่เสียหายจากสงครามโลกแล้วก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ในเมืองฟลอเรนซ์ ปีค.ศ. 1966 ทำให้งานศิลปะที่เมืองฟลอเรนซ์ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เมืองฟลอเรนซ์ได้รับความสูญเสียครั้งล่าสุดจากการถูกลอบวางระเบิดด้านนอกพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ในปี ค..1993 ทำให้ภาพเขียนถูกทำลายไปบางส่วน

Alluvione_di_Firenze_02

ภาพน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เมืองฟลอเรนซ์ในปี ค.ศ. 1966

ที่มาของภาพ http://it.wikipedia.org/wiki/Utente:Archeologo  

 

 อย่างไรก็ตามฟลอเรนซ์ยังคงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์ที่งดงามล้ำค่า เมืองที่นักท่องเที่ยวผู้รักงานศิลปะจะต้องไปเยือน ทั้งนี้ชาวโลกต้องขอบคุณอันนา มาเรีย ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเมดิชี ก่อนตายนางทำพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติทั้งหลายของตระกูลเมดิชี ให้เป็นสมบัติของเมืองฟลอเรนซ์ โดยมีเงื่อนไขว่างานศิลปทั้งหลายที่ตระกูลเมดิชีมอบให้จะต้องเก็บรักษาไว้ที่เมืองฟลอเรนซ์ตลอดไป

  ฟลอเรนซ์เป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ วิหาร และหอศิลป์ อีกทั้งโบราณสถานที่สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ให้ชมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เต็มไปด้วยงานศิลปะยุคเรอเนสซองส์ นอกจากงานศิลปะแล้วฟลอเรนส์ยังเป็นตลาดเครื่องหนังและเครื่องประดับสวยๆ ของอิตาลี

 นอกจากจะเป็นเมืองกำเนิดของศิลปะแล้ว ฟลอเรนซ์ยังเป็นเมืองที่ฝังศพบุคคลสำคัญๆของโลกอีกด้วย เช่น ไมเคิลแองเจโล อัครมหาศิลปินผู้เป็นสัญลักษณ์ของเมือง กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง และมัคคิอาเวลลี่ รัฐบุรุษคนสำคัญของอิตาลี

**ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ประวัติเมืองฟลอเรนซ์ ที่มา : หนังสือคู่มือนักเดินทาง ฟลอเรนซ์

ประวัติเมืองฟลอเรนซ์ ultima modifica: 2013-01-23T11:52:08+01:00 da jaksopi

Lascia un commento

Il tuo indirizzo email non sarà pubblicato. I campi obbligatori sono contrassegnati *