browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

ฟลอเรนซ์ (Firenze)

100px-FlorenceCoA_svg

Sunset_over_florence

ขอขอบคุณที่มาของภาพสวยๆ http://flickr.com/photos/sherseydc/2954982676/

 

ประวัติเมืองฟลอเรนซ์

Etruscan Army1 ในระหว่างศตวรรษแรกก่อนคริสตกาล อิตาลีตอนกลางในขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของพวกอีทรัสคาน และต่อมาอีก 59 ปีก่อนคริสตกาล จูเลียส ซีซ่าร์ แห่งจักรวรรดิโรมันได้บุกรุกเข้ามายึดครองอิตาลี ทำการขับไล่พวกอีทรัสคานออกไปจากดินแดนนี้ ซีซ่าร์ตั้งเมืองฟลอเรนซ์เป็นเมืองในอาณานิคมของโรมันขึ้น ในบริเวณช่วงแคบที่สุดของแม่น้ำอาณ์โน (Arno River) จุดมุ่งหมายแรกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเมืองพักผ่อนของคนชรา แต่เมื่อศตวรรษที่ 3 ฟลอเรนซ์ได้กลายเป็นเมืองสำคัญในฐานะศูนย์กลางของการค้าของโรมันในแถบนี้ ในศตวรรษที่ 5 เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมอำนาจลง ฟลอเรนซ์ถูกบุกรุกโดยพวกยุโรปเหนือ ทำให้ฟลอเรนซ์สูญเสียความเป็นอิตาลีไปนานกว่าพันปี ศตวรรษที่ 8 กษัตริย์ชาร์ลมาญขับไล่ผู้ปกครองอิตาลีในขณะนั้นออกไปจากดินแดน กษัตริย์ชาร์ลมาญได้เป็นจักรพรรดิจากการแต่งตั้งของพระสันตะปาปาประมุขแห่งศาสนจักร ความขัดแย้งระหว่างประมุขทั้ง 2 ฝ่ายทำให้อิตาลีเกิดสงครามกลางเมือง

 ฟลอเรนซ์อยู่ภายใต้การปกครองของคน 2 พวก celticเป็นกลียุคของฟลอเรนซ์ มีการสู้รบนองเลือดกันกลางเมือง ตระกูลต่างๆ สนใจแต่การค้าขายไม่ยุ่งกับการเมือง ครั้นถึงตอนปลายศตวรรดิ ตระกูลต่างๆ ที่ร่ำรวยจากการค้า เป็นพวกมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองมากขึ้น ได้ให้การสนับสนุนศิลปิน กวี และนักวิชาการทีมีความรู้ในศิลปะแขนงต่างๆ กล่าวได้ว่ายุคนี้เป็นยุคฟื้นฟูศิลปะกันอย่างจริงจัง ทำให้ฟลอเรนซ์กลายเป็นเมืองศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรรมของอิตาลีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 ฟลอเรนซ์รุ่งเรืองมากที่สุดในระหว่างศตวรรษที่ 11-15446px-Jacopo_Pontormo_055 ในฐานะเมืองอิสระที่แบ่งแยกการปกครองระหว่างศาสนจักรกับอาณา จักร กันได้อย่างลงตัวในปลายศตวรรษที่ 15 ฟลอเรนซ์อยู่ใต้การปกครองของตระกูลเมดิชี (Medici) ซึ่งปกครองฟลอเรนซ์เป็นเวลาถึง 300 ปี ตระกูลเมดิชีได้เป็นแกรนด์ดยุคของแคว้นทัสคานี (Tuscany) คอสิโม เดอเมดิชี ซึ่งเป็นนายธนาคารผู้ริเริ่มนำศิลปะมาปรับใช้กับศาสนามีการก่อสร้างโบสถ์วิหาร และศาสนสถานที่สำคัญหลายแห่งในฟลอเรนซ์ และลอเรนโซ่ อิลมัคนิฟีโค่ ได้เป็นผู้ปกครองเมืองฟลอเรนซ์เป็นคนต่อมา ลอเรนโซ่ เป็นผู้นำความเจริญมาให้ฟลอเรนซ์มากที่สุด ทั้งด้าน เศรษฐกิจ การเมือง ศิลปะและวัฒนธรรม

 ต่อมาทัสคานีรวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับอาณาจักรอิตาลี ทำให้ฟลอเรนซ์ได้เป็นเมืองหลวงของอิตาลี ในช่วงระหว่างปี ค.. 1865-1871 และเมื่อโรมรวมเข้ากับอิตาลีในเวลาต่อมาฟลอเรนซ์จึงสูญเสียสถานะเมืองหลวงให้กับโรม แต่ฟลอเรนซ์ก็ยังดำรงความมีชื่อเสียงในฐานะเมืองที่เป็นศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมของอิตาลีตลอดมา ในศตวรรษที่ 20 ฟลอเรนซ์เป็นศูนย์กลางทางการเงินกับการท่องเที่ยวของอิตาลี เมืองยังคงรุ่งโรจน์ด้วยธุรกิจการค้าที่ทำให้ฟลอเรนซ์มั่งคั่งรุ่งเรืองมาก่อน

kingtiger ปีค.. 1943-1944 ความรุ่งเรืองของฟลอเรนซ์สะดุดลง เพราะถูกยึดครองโดยกองทัพเยอรมัน ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟลอเรนซ์ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกระเบิดทำลาย โดยเฉพาะฝ่ายเยอรมันได้ระเบิดทำลายสะพานข้ามแม่น้ำอาร์โน เกือบทุกสะพานเพื่อสะกัดกั้นกองกำลังของฝ่ายสัมพันธมิตร คงเหลือแต่สะพานแวคคิโอ (Ponte Vecchio) รอดพ้นมาจากการถูกระเบิดทำลายเพียงสะพานเดียว แต่หลังการบูรณะซ่อมแซมเมืองที่เสียหายจากสงครามโลกแล้วก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ในเมืองฟลอเรนซ์ ปีค.ศ. 1966 ทำให้งานศิลปะที่เมืองฟลอเรนซ์ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เมืองฟลอเรนซ์ได้รับความสูญเสียครั้งล่าสุดจากการถูกลอบวางระเบิดด้านนอกพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ในปี ค..1993 ทำให้ภาพเขียนถูกทำลายไปบางส่วน

Alluvione_di_Firenze_02

ภาพน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เมืองฟลอเรนซ์ในปี ค.ศ. 1966

ที่มาของภาพ http://it.wikipedia.org/wiki/Utente:Archeologo

 อย่างไรก็ตามฟลอเรนซ์ยังคงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์ที่งดงามล้ำค่า เมืองที่นักท่องเที่ยวผู้รักงานศิลปะจะต้องไปเยือน ทั้งนี้ชาวโลกต้องขอบคุณอันนา มาเรีย ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเมดิชี ก่อนตายนางทำพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติทั้งหลายของตระกูลเมดิชี ให้เป็นสมบัติของเมืองฟลอเรนซ์ โดยมีเงื่อนไขว่างานศิลปทั้งหลายที่ตระกูลเมดิชีมอบให้จะต้องเก็บรักษาไว้ที่เมืองฟลอเรนซ์ตลอดไป

 ฟลอเรนซ์เป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ วิหาร และหอศิลป์ อีกทั้งโบราณสถานที่สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ให้ชมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เต็มไปด้วยงานศิลปะยุคเรอเนสซองส์ นอกจากงานศิลปะแล้วฟลอเรนส์ยังเป็นตลาดเครื่องหนังและเครื่องประดับสวยๆ ของอิตาลี

 นอกจากจะเป็นเมืองกำเนิดของศิลปะแล้ว ฟลอเรนซ์ยังเป็นเมืองที่ฝังศพบุคคลสำคัญๆของโลกอีกด้วย เช่น ไมเคิลแองเจโล อัครมหาศิลปินผู้เป็นสัญลักษณ์ของเมือง กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง และมัคคิอาเวลลี่ รัฐบุรุษคนสำคัญของอิตาลี

**ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ประวัติเมืองฟลอเรนซ์ ที่มา : หนังสือคู่มือนักเดินทาง ฟลอเรนซ์

เที่ยวในเมืองฟลอเรนซ์

 

 เอาหล่ะรู้จักประวัติเมืองฟลอเรนซ์กันไปพอสมควรแล้ว คราวนี้เราจะพาเที่ยวในเขตเมืองเก่ากัน หากใครเป็นคนต่างเมืองแนะนำให้จอดรถไว้ที่พักจะดีกว่า เพราะในเมืองจะหาที่จอดรถยากมากถึงมากที่สุดแม้แต่มอเตอร์ไซด์ยังหาที่จอดยากเลย เสี่ยงต่อการโดนใบสั่ง หรือไม่หากนำรถมาก็จะเสียค่าจอดรถแพงมาก (อย่าเอามาดีกว่าเสียดายตังค์) หาซื้อตั๋วรถโดยสารสาธารณะจะดีกว่า ตั๋ว 1 ครั้งใช้ได้นาน 90 นาที จะขึ้นกี่เที่ยวตามใจเราเลย ใช้ได้ทั้งรถบัส และรถไฟฟ้าแต่ขอให้อยู่ภายในเวลาที่กำหนดนะคะ หากหมดเวลาแล้วให้เราใช้ตั๋วอันใหม่ แต่เราว่าซื้อที่มันใช้ได้ 4 ครั้งในใบเดียวจะดีกว่าสำหรังการเที่ยว 1 วัน แต่หากเที่ยวหลายวัน ซื้อแบบที่ใช้ได้ 10 ครั้งไปเลย เอ๊ะ…หรือว่าจะซื้อแบบใช้ได้ 24 ชั่วโมง หรือ 3 วันมันจะมีให้เลือกหลายแบบมากเลือกให้เหมาะกับเวลาเที่ยวของเราจะดีที่สุด ไปหาดูได้ที่ ataf ระวังอย่างเดียวระวังตั๋วหาย เพราะที่นี่เค้าเข้มงวดกับตั๋วรถมาก มีเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจตลอด ยิ่งเราเป็นคนต่างชาติของที่นี่แล้วยิ่งโดนตรวจก่อนเลย ฮะฮะ ที่นี่เวลาให้เอาตั๋วไปแสตมป์ที่เครื่องบอกเวลาที่เราขึ้นมา ให้ตรวจดูตั๋วเราด้วยว่าแสตมป์ติดรึป่าว เพราะเคยมีประสบการณ์ตรงมาแล้ว เนื่องจากสมัยมาอยู่ใหม่ๆ ภาษายังไม่ได้ แสตมป์แล้วมันไม่ติดได้ยินแต่เสียง เราก็ไม่ได้รู้ พอเจ้าหน้าที่ตรวจเราก็พยายามเถียงนะ แต่ไม่ได้ผล โดนใบสั่งไป 50 ยูโร จากค่าตั๋ว 1.20 ยูโร อยากจะกระโดดชกหน้าเจ้าหน้าที่ โกรธก็โกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ ให้ถือว่าเสียค่าโง่ ซื้อประสบการณ์ละกัน จะได้มีเรื่องมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเนอะ อ้อ !! ถ้าซื้อตั๋ว 4 เที่ยว หรือ 10 เที่ยว ให้ตรวจด้วยนะว่าหมดรึยัง อย่าใช้จนเพลินหล่ะ เดี๋ยวจะโดนใบสั่ง 50-55 ยูโร

Biglietto Autobus1

รูปตัวอย่าง ตั๋วโดยสาร แบบ 1 เที่ยว และ 2 เที่ยว พร้อมเครื่องแสตมป์ตั๋วให้ด้วย

Piazza Del Duomo

จัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม (Piazza del Duomo) และ มหาวิหารฟลอเรนซ์

 เมื่อปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) ใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของเรอเนสซองส์ ที่ได้เติบโตขึ้นเป็นอิทธิพลทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมภายใต้การปกครองของตระกูลเมดิชี (Medici) ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 -16 รวมไปถึงกิจกรรมทางศิลปะที่พิเศษอันดำเนินไปในช่วง 600 ปี เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากสถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และอื่นๆในเขตเมืองเก่าฟลอเรนซ์

 สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองฟลอเรนซ์นั้น จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวแรกนั้นขอแนะนำให้คุณมุ่งหน้าไปยังบริเวณใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) จริงๆ แล้วคำว่า “Piazza” ในภาษาอิตาเลียนจะอ่านเรียงตัวเลยว่า “ปิอัซซ่า” แต่เปิดอ่านหลายๆ เว็ปเค้าเขียน “เปียซซ่า” แค่อยากบอกเฉยๆ ว่าคนที่นี่เค้าเรียกว่าอย่างไรจ้า จัตุรัสนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุดในยุโรป โดยจัตุรัสนั้นตั้งอยู่ในใจกลางของศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองฟลอเรนซ์เลย

Florence Cathedral

มหาวิหารฟลอเรนซ์ และ จอตโต คามปานีเล่ะ

 หลังจากนั้นขอแนะนำให้คุณมุ่งหน้าไปชมความงดงามของ มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral) หรือ อาสนวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิออเร (Basilica di Santa Maria del Fiore) มหาวิหารที่ตั้งอยู่ในเขตจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ออกแบบโดยฟีลิปโป บรูเนลเลสกี ด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพู

 มหาวิหารฟลอเรนซ์ เป็นมหาวิหารที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของทวีปยุโรป รองลงมาจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ มหาวิหารเซนต์พอล และมหาวิหารมิลาน มีความยาว 153 เมตร และฐานของโดมกว้างถึง 90 เมตร ปัจจุบันมหาวิหารอยู่ภายใต้การดูแลของสังฆมณฑลโรมันคาทอลิกแห่งฟลอเรนซ์ (Roman Catholic Archdiocese of Florence)

L10504994

ไม่ต้องแปลกใจหากไปแล้วคุณไม่ได้ภาพสวยๆ เพราะมีนั่งร้านแบบนี้บดบังวิวสวยๆ ซะหมด

เพราะทางเมืองฟลอเรนซ์เค้าจะทำการความสะอาดและซ่อมแซมตัวปราสาท

ตัวนั่งร้านนี้จะย้ายไปตามตัวปราสาทกว่าจะครบทั้งหมดก็ใช้เวลาปีนึงพอดี

พอปีหน้าก็เริ่มต้นใหม่ ไปอย่างนี้เรื่อยๆ เฉพาะคุณจะเห็นมันทั้งปีเลย แล้วแต่ว่าที่ไหน

Piazza Del Duomo dentro

ภาพด้านในของมหาวิหารฟลอเรนซ์

 

 ถ้าวันปรกติจะเปิด 10.00-17.00 น. หากเป็นวันหยุดพิเศษของคนที่นี่จะมีเวลาเปิด-ปิดที่ต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าเรามาเที่ยวตรงกับวันไหนทางที่ดีตรวจสอบดูก่อนได้ที่ เว็ปของ Opera di Santa Maria del Fiore หากมาตรงกับช่วงปิดจะเสียดายมากที่ไม่ได้ชมด้านใน เข้าชมด้านในของ Santa Maria del Fiore จะชมฟรีนะคะ ในส่วนที่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ ประตูเข้าจะอยู่ด้านซ้ายมือ แต่งกายให้เรียบร้อยนิดนึงกางเกงขาสั้นเสื้อสายเดี่ยว ท่าจะลำบากหากเดินเที่ยวในสถานที่แบบนี้ เจ้าหน้าที่อาจไม่ให้เข้าไปชมก็ได้ พอเข้าไปแล้วให้เดินอย่างสงบด้วย อย่าส่งเสียงดังหากคุณทำเสียงดังเค้าจะมีเจ้าหน้าที่เดินมาบอกทำหน้าดุๆ ใส่คุณทันที ฮะฮะฮะ ที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมาตลอดทั้งปีแล้วแต่ว่ามีมากมีน้อยแค่นั้นเอง

Dentro duomo

 

ภาพแนะนำส่วนของชั้นแรกที่ให้ชมฟรีว่ามีอะไรบ้าง เดินดูกันได้เลยนะคะ

 เค้าจะมีชั้นที่ 2 ให้ชมและมีพิพิธภัณฑ์ด้วย แต่เสียค่าเข้าชม เรียกว่า “คูโปลา (Cupola)” เปิด จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-19.00 น. และ วันเสาร์ เปิด 8.30-17.40 น. รอบสุดท้ายก่อนเวลาปิดทำการอย่างน้อย 40 นาทีถึงจะให้เข้าชมได้ บ้ตรเข้าชมมีหลายราคาตามแต่จุดประสงค์และเงินในกระเป๋าของเรา อิอิอิ เข้าไปชมในเว็ปได้คูโปลาได้เลยนะคะ ส่วนตัวไม่เคยขึ้นไปชมด้านบนเลย ก็เลยไม่มีภาพถ่ายมาให้ชม แต่เอาภาพจากเว็ปอื่นมาให้ชมกันนะคะไม่ใช่ฝีมือตัวเอง

Cupola

 

 ต่อมาขอแนะนำให้คุณไปชม “จอตโต คามปานีเล่ะ (Campanile di Giotto)” หรือ จอตโต เบล ทาวเวอร์ (Giotto’s bell Tower) หอระฆังที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารฟลอเรนซ์ ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ด้วยความสูงประมาณ 84.7 เมตร (277.9 ฟุต) ตัวหอคอยถูกตกแต่งด้วยรูปปั้น รุปแกะสลักอย่างดงาม และไม่ไกลจากกันนักจะเป็นที่ตั้งของหอทำพิธีศีลจุ่ม (Florence Baptistery) เป็นอาคารทางศาสนาที่มีสถานะเป็นโบสถ์ขนาดเล็กเป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง โดยหอแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1059 – 1128 หากต้องการขึ้นชมบนหอคอยจะต้องเสียค่าเข้าชม และไม่มีลิฟท์บริการจะต้องเดินขึ้นบันไดอย่างเดียว ซึ่งมีทั้งหมด 414 ขั้น เล่นเอาหอบกันเลยทีเดียวเพราะบันไดค่อนข้างชัน แต่ค่อยๆ เดินไปพักไปก็ถึงแล้ว ครั้งหนึ่งในชีวิตเนอะ หากไม่เข้าชมที่อื่น เสียค่าบัตรขึ้นไป 6 ยูโร คิดเป็นไทยประมาณ 240 บาท เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.30-19.30 น. ปิดวันหยุดสำคัญๆ มีวันอะไรบ้างเข้าไปดูในเว็ปได้เลย รอบสุดท้ายที่ให้บริการจะต้องมาก่อนเวลาปิด 40 นาทีนะคะ

campanile di giotto

เคยมีประสบการณ์ตรงกับหอคอยนี้แล้ว ตอนเดินขึ้นไปเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน วันต่อมาปวดต้นขาเลย

ถ้าหากเข่าใครไม่ดี หรือเป็นโรคหัวใจ แนะนำอย่าขึ้นไปเลย อากาศข้างบนมันน้อยด้วย

แต่ใครใจยังสู้อยู่ครั้งนึงขึ้นไปข้างบนก็ไม่เสียหาย ได้ดูวิวเมืองด้วย สวยดี

ฟลอเรนซ์ (Firenze) ultima modifica: 2013-01-30T09:26:12+02:00 da jaksopi

Lascia un commento

Il tuo indirizzo email non sarà pubblicato. I campi obbligatori sono contrassegnati *